Tuesday, November 13, 2018

การงาน


ตุ๊กตาถุงเท้าการบูร (Camphor sock dolls pattern)

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนนะค่ะ พอดีวันนี้ไปอ่านเจอวิธีทำเงินค่ะ เพื่อนๆ คงสงสัยกันว่ามันเกี่ยวอะไรกับตุ๊กตาหรือว่าแพทเทินตุ๊กตา นกขอบอกว่าอันอื่นไม่เกี่ยว แต่อันนี้เกี่ยวอย่างมากๆ ค่ะ เพราะว่านั่นคือ แอ่น..แอ้น ตุ๊กตาถุงเท้าการบูร (Camphor sock dolls pattern) เป็นไงละโดนบ้างหรือเปล่าค่ะ พอเจออย่างนี้แล้วนกก็เลยอยากนำมาเล่าสู่เพื่อนๆ บ้างค่ะ เริ่มเลยนะค่ะ (ต่อจากนี้เป็นข้อความที่อยู่ในหนังสือทั้งหมด นกขออนุญาตก็อปมาทั้งหมดนะค่ะ เพื่อเป็นการให้เกียรติ เจ้าของหนังสือค่ะ)

วันนี้เรามีงานอดิเรกที่น่ารักๆ มาแนะนำกันอีกครั้ง โดยขั้นตอนการก็ไม่ยุ่งยากเลยใครก็ทำได้ ทั้งยังปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบตามแต่จะจินตนาการ ซึ่งก็คือ "ตุ๊กตาการบูร เด็กแนว" ลองทำดูแล้วจะรู้ว่าง่าย ใช้แขวนดับกลิ่นหรือเพิ่มความสดชื่น ที่สำคัญกลายเป็นอาชีพเสริมให้กับคุณแม่บ้านก็ได้ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า



วัสดุ-อุปกรณ์
1.ถุงเท้าขนาดเล็ก หรือถุงเท้าเด็ก (สีอะไรก็ได้ แต่ที่แนะนำคือมองดูสวย ดังนั้นควรจะเป็นสีสดหรือออกฉูดฉาด:นก แนะนำ)
2.การบูร
3.ใยสังเคราะห์ (ใช้เกรดต่ำเช่น A ตัวเดียวก็ได้:นก แนะนำ)
4.เชือกผ้าเส้นใหญ่ เส้นเล็ก
5.เข็ม ด้าย หนังยาง กาวลาเท็กซ์
6.ตาตุ๊กตา กิ๊บติดผม

ดนตรี-ทัศนศิลป์

ภาษาท่ารำที่แสดงกิริยาอาการ  หรืออิริยาบถ




ท่า  อาย
 

ใช้มือข้างใดข้างหนึ่งวางแตะแก้ม 
มืออีกข้างหนึ่งตัวนางจีบหลัง 
ตัวพระเท้าสะเอว




 ท่า  ป้องปาก 

ใช้ฝ่ามือข้างใดข้างหนึ่งป้องปาก   
อีกมือหนึ่งตัวนางจีบหงายชายพก   
ตัวพระเท้าสะเอว  
หมายถึง   พูดกระซิบ  พูดคนเดียวไม่ให้ผู้อื่นได้ยิน




ท่า  ดม หรือ หอม

ใช้มือใดมือหนึ่งจีบมาที่จมูก 
อีกมือหนึ่งตัวนางจีบหลัง 
ตัวพระเท้าสะเอว




 ท่า  ตาย  หมดสูญ
 มือทั้งสองจีบคว่ำ  คลายจีบออก 
หงายฝ่ามือ   แขนตึง  ศีรษะเอียงขวา 
หมายถึง  ตาย  ฉิบหาย  หมดสูญ ไม่มี เปล่าประโยชน์





ท่า  ยิ้ม

มือซ้ายตั้งวงปาดมือมาจีบที่ปาก 
มือขวานางจีบหลัง  ศีรษะเอียงขวา
ตัวพระเท้าสะเอว  ศีรษะเอียงซ้าย

ศิลปะ


วงจรสี คือ สีที่เกิดจากการผสมกันเป็นคู่ เริ่มตั้งแต่ แม่สี 3 สี แล้วเกิดเป็นสีใหม่ขึ้นมา จนครบวงจร จะได้สีทั้งหมด 12 สี ซึ่งแบ่งสีเป็น 3 ขั้นคือ
1.1 สีขั้นที่ 1 (Primary Colours) คือ แม่สี 3สี ได้แก่ สีแดง เหลือง และน้ำเงิน
1.2 สีขั้นที่ 2 (Secondary Colours) คือ สีที่เกิดจากการผสมกันเป็นคู่ๆ ระหว่างแม่สี 3 สี จะ
ได้สีเพิ่มขึ้นอีก 3สี ได้แก่ สีม่วง สีเขียว และสีส้ม
1.3 สีขั้นที่ 3 (Tertiary Colours) คือ สีที่เกิดจากการผสมกันเป็นคู่ๆ ระหว่างแม่สี 3 สี กับสีขั้นที่ 2 จะได้สีเพิ่มขึ้นอีก 6 สี ได้แก่ สีม่วงแดงเข้ม สีแดงสด สีเหลืองอำพัน สีโศก สีเขียวหัวเป็ด สีม่วงน้ำเงิน
10.png
10.png (52.22 KiB) เปิดดู 3252 ครั้ง

1.4 สีกลาง (Neutral Colour) คือ สีที่เกิดการผสมสีทุกสี ในวงจรสี หรือ แม่สี 3สี ผสมกัน จะได้สีเทาแก่
สีทั้ง 3ขั้น เมื่อนำมาจัดอยู่เป็นวงจรจะได้ลักษณะเป็นวงล้อสี
11.png
11.png (34.36 KiB) เปิดดู 3252 ครั้ง

เทคนิคพื้นฐานสำหรับการสร้างรูปแบบสี
1. Monochromatic คือ สีพื้นฐานสุดๆ ในงานออกแบบ ใช้งานง่ายเพราะมีสีหลักแค่สีเดียว
2. Analogous คือ Analogous หรือสามสีเรียงกันเป็นโทนสีที่ใช้สีถัดไปในวงล้อสี สีชุดนี้สามารถสร้างงานออกแบบที่น่าสนใจได้แบบง่ายดาย
3. Complementary คือ เป็นวิธีเลือกใช้สีคู่ตรงข้ามสร้างความโดนเด่นกระตุ้นอารมณ์ของผู้ชม
4. Triadic คือ เป็นการเลือกใช้สีแบบสมดุลใช้รูปสามเหลี่ยมในวงล้อสี
5. Split-complementary คือ สีแบบ Split-complementary เป็นสีที่ดูพื้นฐานคือใช้คู่ตรงข้ามแต่ก็เพิ่มความโดดเด่นขึ้นมาเพราะเพิ่มสีตัวถัดไปเข้ามาด้วยจึงเพิ่มความหลากหลายให้กับงานมากขึ้น ช่วยเพิ่มความคิดสร้างสรรค์ให้กับงานมีความยืดหยุ่นสูง
6. Rectangular Tetradic คือ เป็นอีกหนึ่งโทนสีที่เพิ่มความซับซ้อนให้มากขึ้น แต่ก็เพื่อการใช้งานที่หลากหลายขึ้น ซึ่งงานออกแบบจะออกมาดูดีเลยละ

เว็บไชต์ในการสร้างสี
Color Calculator
color.adobe.com

สีและจิตวิทยา
สีฟ้า ให้ความรู้สึกสงบ สุขุม สุภาพ หนักแน่น เคร่งขรึม เอาการเอางาน ละเอียด รอบคอบ สง่างาม มีศักดิ์ศรี สูงศักดิ์ เป็นระเบียบถ่อมตน 
สามารถลดความตื่นเต้น และช่วยทำให้มีสมาธิ แต่ถ้ามีสีน้ำเงินเข้มเกินไป ก็จะทำให้รู้สึกซึมเศร้าได้ 

สีเขียว เป็นสีในวรรณะเย็น จะสร้างความรู้สึกเย็นสบาย ใช้เป็นสีที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ ให้ความรู้สึก สงบ เงียบ ร่มรื่น ร่มเย็น การพักผ่อน การผ่อนคลาย ธรรมชาติ ความปลอดภัย ปกติ ความสุข ความสุขุม เยือกเย็น 

สีเหลือง เป็นสีแห่งความเบิกบาน เร้าอารมณ์ และเรียกร้องความสนใจ ให้ความรู้สึกแจ่มใส ความสดใส ความร่าเริง ความเบิกบานสดชื่น ชีวิตใหม่ ความสด ใหม่ ความสุกสว่าง การแผ่กระจาย อำนาจบารมี 
ให้ลองสังเกตดูว่า วันที่ท้องฟ้ามืดครึ้มปราศจากแสงแดด เราจะรู้สึกหงอยเหงา หดหู่ แต่พอมีแสงแดด ท้องฟ้าสว่าง มีสีเหลือง เราจะรู้สึกมีชีวิตชีวาขึ้น 

สีแดง เป็นสีที่สร้างความตื่นเต้น และกระตุ้นสมอง สีแดงปานกลางแสดงถึงความมีสุขภาพดี ความมีชีวิต ความรัก ความสำคัญ ความอุดมสมบูรณ์ ความมั่งคั่ง 
สีแดงจัดมีความหมายแฝงด้านกามารมณ์ นอกจากนี้สีแดงยังสร้างความรู้สึกรุนแรง ให้ความรู้สึกร้อน กระตุ้น ท้าทาย เคลื่อนไหว ตื่นเต้น เร้าใจ มีพลัง มันจะใช้กันกรณีที่เกี่ยวกับความตื่นเต้น หรืออันตราย 

สีม่วง ให้ความรู้สึก มีเสน่ห์ น่าติดตาม เร้นลับ ซ่อนเร้น มีอำนาจ มีพลังแฝงอยู่ ความรัก ความเศร้า ความผิดหวัง ความสงบ ความสูงศักดิ์ 
เป็นสีที่ปลอบโยน และช่วยลดความเครียด แต่เดิมสีม่วงได้มาจากสัตว์มีกระดอง,เปลือก ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีชื่อว่า Purpura จึงได้ชื่อภาษาอังกฤษว่า Purple 

สีส้ม ให้ความรู้สึก ร้อน ความอบอุ่น ความสดใส มีชีวิตชีวา วัยรุ่น ความคึกคะนอง การปลดปล่อย ความเปรี้ยว การระวัง 
เป็นสีที่เร้าความรู้สึก ปรกติควรใช้แต่น้อยเมื่อเทียบกับสีอื่น สังเกตว่าคนที่อยู่ในห้องสีส้มจะอยู่ได้ไม่นาน 

สีน้ำตาล ให้ความรู้สึกอบอุ่น ได้พักผ่อน แต่ควรใช้ร่วมกับสีส้ม เหลือง หรือสีทอง เพราะถ้าใช้สีน้ำตาลเพียงสีเดียว อาจทำให้เกิดความรู้สึกหดหู่ได้ 

สีเทา ให้ความรู้สึก เศร้า อาลัย ท้อแท้ ความลึกลับ ความหดหู่ ความชรา ความสงบ ความเงียบ สุภาพ สุขุม ถ่อมตน 

สีนี้มีข้อดีคือทำให้เย็น แต่สร้างความสร้างความรู้สึกหม่นหมองได้ ควรใช้ร่วมกับสีที่มีชีวิต โทนสว่างอย่างน้อยหนึ่งสี 

สีขาว ให้ความรู้สึก บริสุทธิ์ สะอาด สดใส เบาบาง อ่อนโยน เปิดเผย การเกิด ความรัก ความหวัง ความจริง ความเมตตา ความศรัทธา ความดีงาม

สังคม



ประวัติศาสตร์

อาณาจักรสุโขทัยได้ชื่อเป็นราชธานีแห่งแรกของชนชาติไทย ได้รับการสถาปนาเมื่อ ปี พ.ศ. 1792 และสามารถดำรงอยู่ได้ประมาณ 200 กว่าปี แม้ว่าสุโขทัยจะรวมกับอาราจักรอยุธยา แต่ก็ได้ถ่ายทอดมรดกทางวัฒนธรรมต่อเนื่องกษัตริย์ผู้ปกครองสุโขทัยมีจำนวน 9 ประกอบด้วย
           1. พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
           2. พ่อขุนบานเมือง
           3. พ่อขุนรามคำแหง
           4. พระยาเลอไทย
           5. พระยางั่วนำถุม
 
          6. พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไทย)
           7. พระมหาธรรมราชาที่ 2
           8. พระมหาธรรมราชาที่ 3 (ไสลือไทย)
           9. พระมหาธรรมราชาที่ 4 (บรมปาล)
พระองค์ 3 พระองค์แรกที่ปกครองสุโขทัยจะมีพระนามที่ขึ้นด้วย พ่อขุนรูปแบบการปกครองใน 3 รัชกาลแรกยังยึดถือแบบพ่อปกครองลูก รัชกาลที่ 4-6 นี้พระนามเริ่มเปลี่ยนเป็น "พระ" บ่งบอกถึงรูปแบบกี่ปกครองเริ่มเปลี่ยนไป เพราะ อาณาจักรขยายกว้างขวางขึ้น
ในสมัยพระธรรมราชาที่ 1 เป็นมันที่เริ่มนำธรรมะของพระพุทธศาสนามาใช้ในการปกครอง จึงเรียกว่าการปกครองแบบ "ธรรมราชา"
ในช่วงปลายสมัยสุโขทัยอิทธิพลของอยุธยาเริ่มแพร่ขยายขึ้นมา และในที่สุดสุโขทัยก็เป็นส่วนหนึ่งของอยุธยาก่อนการสถาปนากรุงสุโขทัย ชุมชนบริเวณลุ่มแม่นำยม น่าจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของอาณาจักรขอม โดยมีหลักฐานที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบขอม คือ พระปรางค์ ปรากฏอยู่ในศิลาจารึกหลักที่ 2 กล่าว ชุมชนนี้ผู้ปกครอง คือ พ่อขุนศรีบางนำถม เมื่อพ่อขุนศรีบางนำถมสิ้นพระชนม์ ผู้ปกครองขอม คือ ขอมสะบาดโขลญ ลำพง เข้ายึดอำนาจการปกครองแทน ผู้นำคนไทย 2 คน คือพ่อขุนผาเมือง ซึ่งเป็นโอรสและพ่อขุนบางกลางหาญ ได้รับความร่วมมือกันกอบกู้อิสรภาพคืนมา หลังจากนั้นสุโขทัยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

สังคมศึกษา

พฤติกรรมผู้บริโภค คือการศึกษาปัจเจกบุคคล กลุ่มบุคคล หรือองค์การ และกระบวนการที่พวกเขาเหล่านั้นใช้เลือกสรร รักษา และกำจัด สิ่งที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ บริการ ประสบการณ์ หรือแนวคิด เพื่อสนองความต้องการและผลกระทบที่กระบวนการเหล่านี้มีต่อผู้บริโภคและสังคม [1] พฤติกรรมผู้บริโภคเป็นการผสมผสานจิตวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยาสังคม และเศรษฐศาสตร์ เพื่อพยายามทำความเข้าใจกระบวนการการตัดสินใจของผู้ซื้อ ทั้งปัจเจกบุคคลและกลุ่มบุคคล พฤติกรรมผู้บริโภคศึกษาลักษณะเฉพาะของผู้บริโภคปัจเจกชน อาทิ ลักษณะทางประชากรศาสตร์และตัวแปรเชิงพฤติกรรม เพื่อพยายามทำความเข้าใจความต้องการของประชาชน พฤติกรรมผู้บริโภคโดยทั่วไปก็ยังพยายามประเมินสิ่งที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคโดยกลุ่มบุคคลเช่นครอบครัว มิตรสหาย กลุ่มอ้างอิง และสังคมแวดล้อมด้วย
การศึกษาพฤติกรรมของผู้บริโภคมีรากฐานมาจากพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภค ซึ่งแสดงบทบาทที่แตกต่างกันสามบทบาทได้แก่ ผู้ใช้ ผู้จ่าย และผู้ซื้อ ผลการวิจัยได้แสดงว่าพฤติกรรมผู้บริโภคนั้นยากที่จะพยากรณ์ แม้กระทั่งโดยผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้นเอง [2] การตลาดความสัมพันธ์คือสิ่งหนึ่งที่ทรงคุณค่าและมีอิทธิพลสำหรับการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค เพราะมันมีจุดสนใจที่โดดเด่นในการรื้อฟื้นความหมายที่แท้จริงของการตลาด ด้วยการยอมรับความสำคัญของลูกค้าหรือผู้ซื้อ การรักษาผู้บริโภค การจัดการความสัมพันธ์ต่อผู้บริโภค การปรับตามปัจเจกบุคคล การปรับตามผู้บริโภค และการตลาดหนึ่งต่อหนึ่ง ก็เป็นสิ่งที่ได้ให้ความสำคัญมากขึ้น การทำหน้าที่เชิงสังคมสามารถจัดประเภทเป็นทางเลือกของสังคมและการทำหน้าที่สวัสดิการ
พฤติกรรมผู้บริโภคมีผลต่อความสำเร็จของธุรกิจ ดังนั้นการศึกษาพฤติกรรมผู้บริโภคจะทำให้สามารถสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่สร้างความพึงพอใจให้แก่ผู้บริโภคและความสามารถในการค้นหาทางแก้ไข พฤติกรรมในการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภคในสังคมได้ถูกต้องและสอดคล้องกับความสามารถในการตอบสนองของธุรกิจมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญจะช่วยในการพัฒนาตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคที่ฉลาด นอกจากจะต้องมีหลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อสินค้าบริการแล้ว จะต้องรอบรู้เท่าทันกลวิธี เทคนิค และกลฉ้อฉลต่าง ๆ ที่ใช้ในการขายสินค้าและบริการ รวมถึงสามารถปกป้องสิทธิที่ตนเองพึงได้รับด้วย การเรียนรู้การเป็น ผู้บริโภคที่ฉลาด จะทำให้ทราบและสามารถลำดับความสำคัญของทางเลือกต่าง ๆ ในการใช้เงิน ตลอดจนรู้จักหลักเกณฑ์ในการเลือกซื้อและใช้สินค้าและบริการ



Friday, November 9, 2018

อังกฤษ


Image result for present simple tense


วิทย์




Image result for การนำความร้อน


การนำความร้อน[แก้]

การนำความร้อน (อังกฤษheat conduction) คือ ปรากฏการณ์ที่พลังงานความร้อนถ่ายเทภายในวัตถุหนึ่ง ๆ หรือระหว่างวัตถุสองชิ้นที่สัมผัสกัน โดยมีทิศทางของการเคลื่อนที่ของพลังงานความร้อนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า โดยที่ตัวกลางไม่มีการเคลื่อนที่ การนำความร้อนเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นบนชั้นอะตอมของอนุภาค เป็นหนึ่งในกระบวนการถ่ายเทความร้อน ในโลหะ การนำความร้อนเป็นผลมาจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนอิสระ(คล้ายการนำไฟฟ้า)ในของเหลวและของแข็งที่มีสภาพการนำความร้อนต่ำเป็นผลมาจากการสั่นของโมเลกุลข้างเคียง ในก๊าซการนำความร้อนเกิดขึ้นผ่านการสั่นสะเทือนระหว่างโมเลกุลหรือกล่าวคือการนำความร้อนเป็นลักษณะการถ่ายเทความร้อนผ่าน โดยตรงจากวัตถุหนึ่งไปยังอีกวัตถุหนึ่งโดยการสัมผัสกัน เช่น การเอามือไปจับกาน้ำร้อน จะทำให้ความร้อนจากกาน้ำถ่ายเทไปยังมือ จึงทำให้รู้สึกร้อน เป็นต้น วัสดุใดจะนำความร้อนดีหรือไม่ดี ขึ้นอยู่กับสัมประสิทธิ์การนำความร้อน(k)

การพาความร้อน[แก้]

การพาความร้อน (อังกฤษheat convection) เป็นการถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้นได้ ในสสารสองสถานะคือ ของเหลวและก๊าซ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้โดยจะมีทิศทางลอยขึ้นเท่านั้น เนื่องจาก เมื่อสสารได้รับความร้อนจะมีการขยายตัว ทำให้ความหนาแน่นต่ำลง และสสารที่มีอุณหภูมิ ต่ำกว่า (ความหนาแน่นสูงกว่า) ก็จะลงมาแทนที่ ปรากฏการณนี้มีตัวอย่างคือ การเกิดลมบก ลมทะเล เป็นต้น การนำความร้อน[2]เป็นการถ่ายเทความร้อนโดยการเคลื่อนที่ของโมเลกุลผ่านของแข็งหรือผ่านของไหลที่อยู่กับที่ อันเป็นผลมาจากอุณหภูมิที่แตกต่างกัน การนำความร้อนต่อหน่วยพื้นที่ ต่อหน่วยเวลา

รูปนี้แสดงให้เห็นถึงการคำนวณการพาความร้อนที่ปกคลุมบนโลก สีใกล้เคียงกับสีแดงเป็นพื้นที่บริเวณร้อนและสีที่ใกล้เคียงกับสีฟ้าเป็นพื้นที่บริเวณที่เย็น

ประเภทของการพาความร้อน[3][แก้]

การพาความร้อนแบบธรรมชาติหรือแบบอิสระ(Natural or Free Convection)[แก้]
-การเคลื่อนที่ของความร้อนระหว่างผิวของของแข็งและของไหล โดยไม่มีกลไกใดๆทำให้ของไหลเคลื่อนที่แต่เกิดจากแรงลอยตัวของของไหลเอง
-แรงลอยตัวเกิดจากผลการเปลี่ยนแปลงความหนาแน่น ที่มีอุณหภูมิของของไหล แตกต่างกัน ใน 2 บริเวณ
การพาความร้อนแบบบังคับ(Forced Convection)[แก้]
การเคลื่อนที่ของความร้อนระหว่างผิวของของแข็งและของไหล โดยของ ไหลถูกบังคับให้เคลื่อนที่ไปสัมผัสกับผิวของของแข็งโดยกลไกภายนอก เช่น พัดลม เครื่องสูบ

3.การแผ่รังสีความร้อน(Radiation)[4][แก้]


ภาพนี้แสดงให้เห็นถึงการแผ่รังสีความร้อนของดวงอาทิตย์มายังโลก[5]
การแผ่รังสีความร้อน (Radiation) เป็นการถ่ายเทความร้อนออกรอบตัวทุกทิศทุกทาง โดยมิต้องอาศัยตัวกลางในการส่งถ่ายพลังงาน ดังเช่น การนำความร้อน และการพาความร้อน การแผ่รังสีสามารถถ่ายเทความร้อนผ่านอวกาศได้ วัตถุทุกชนิดที่มีอุณหภูมิสูงกว่า -270 ํC หรือ 0 K (เคลวิน) ย่อมมีการแผ่รังสี วัตถุที่มีอุณหภูมิสูงแผ่รังสีคลื่นสั้น วัตถุที่มีอุณหภูมิต่ำแผ่รังสีคลื่นยาว เช่น การตากปลาแห้ง ตากเสื่อผ้ากลางแจ้ง ทั้งนี้การแผ่รังสี คือการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่ต้องผ่านตัวกลางใดๆ เช่น ความร้อนที่เกิดจากดวงอาทิตย์ถือเป็นความร้อนที่เกิดจากการถ่ายโอนความร้อนโดยการแผ่รังสี โดยที่วัตถุแต่ละชนิดสามารถดูดกลืนความร้อนจากการแผ่รังสีได้ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ
1. สีของวัตถุ วัตถุสีดำหรือสีเข้มดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าวัตถุสีขาวหรือสีอ่อน
2. ผิววัตถุ วัตถุผิวขรุขระดูดกลืนความร้อนได้ดีกว่าวัตถุผิวเรียบและขัดมัน

คณิต




       ในชีวิตประจำวัน เรามักจะพบกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณสอง

ปริมาณ  เช่น ระยะทางที่โดยสารรถไฟ

            กับค่าโดยสาร ซึ่งเราสามารถเขียนแสดงความสัมพันธ์เหล่านี้ในรูปตาราง แผนภาพ  คู่อันดับ  
รวมไปถึงการเขียนกราฟ 


จากรูปด้านล่างแกน x  ตัดกับแกน ทำให้แบ่งระนาบออกเป็น 4 ส่วน แต่ละส่วนเรียกว่า จตุภาค
จตุภาคที่1  มีค่าเป็นจำนวนที่มีค่าเป็นบวก   y  มีค่าเป็นจำนวนที่มีค่าเป็นบวก
จตุภาคที่2  มีค่าเป็นจำนวนที่มีค่าเป็นลบ      y  มีค่าเป็นจำนวนที่มีค่าเป็นบวก
จตุภาคที่3    มีค่าเป็นจำนวนที่มีค่าเป็นลบ     y        มีค่าเป็นจำนวนที่มีค่าเป็น
จตุภาคที่4  มีค่าเป็นจำนวนที่มีค่าเป็นบวก     y      ค่าเป็นจำนวนที่มีค่าเป็นลบ

               

        
               ตัวอย่างที่1  กราฟของ (2,4) เป็นจุดที่ได้จากการลากเส้นตรงที่ตั้งฉากกับแกน Xที่ตำแหน่งของ 2 ไปตัดกับเส้นตรงที่ลากไปตัดกับเส้นตรงของแกน Y ที่ตำแหน่ง 4 ดังภาพ

            ตัวอย่างที่ 2   จงเขียนจุดต่อไปนี้บนระนาบ
                                                                
                                        A(0,0)     
   B(4,4)   
 
   C(2.5,6)  
 
   D(0,-5)   
 
   E(5,-2)   
 
   F(-2,5)  
 
   G(-5,0)  
 
   H(-7,-3.5)

                        

                                   วิธีทำ   เขียนจุดที่กำหนดให้บนระนาบได้ดังนี้

                        
                    

                ตัวอย่างที่3   จงเขียนพิกัดจากกราฟต่อไปนี้

                                    จากกราฟของคู่อันดับข้างต้นสามารถเขียนพิกัดได้ดังนี้
                                                ตำแหน่งของจุด จุด มีพิกัดเป็น(2,3)                         ตำแหน่งของจุด จุด มีพิกัดเป็น(3,4)  

                                                ตำแหน่งของจุด จุด มีพิกัดเป็น(-1,1)                        ตำแหน่งของจุด จุด มีพิกัดเป็น(-4,2)
                                                ตำแหน่งของจุด จุด มีพิกัดเป็น(-2,-3)                       ตำแหน่งของจุด จุดมีพิกัดเป็น(1,-4)  
                                                ตำแหน่งของจุด จุด มีพิกัดเป็น(3,-2)